ความเป็นมาของพิพิธภัณฑสถาน

    พิพิธภัณฑสถาน เป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงวัตถุต่างๆ ที่มีความสำคัญด้านวัฒนธรรมหรือด้านวิทยา-ศาสตร์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์ศิลปโบราณวัตถุ เพื่อการศึกษาค้นคว้า และเพื่อประ เทืองปัญญาและอารมณ์

     คำว่า   museum   มาจากคำว่า   mousion   ในภาษากรีก  ซึ่งใช้เรียกสถานที่บูชากลุ่มเทพธิดา มิวส์ (Muses)  ซึ่งเป็นที่สะสมผลงานศิลปะด้วย ต่อมาได้นำมาใช้เรียกสถานที่ศึกษาวรรณกรรม และศิลปศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานที่มีชื่อเสียงมากในยุคโบราณ ได้แก่ The Museum of Alexandria ประเทศอียิปต์ ซึ่งพระเจ้าปโตเลมีที่ 2 ทรงก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 2 ต่อมาเมื่อเกิดความนิยมในการสะสมงานศิลปกรรม โดยเฉพาะผลงานชิ้นเยี่ยมในอดีต   คำว่า  museum  จึงได้นำมาใช้เรียกสถานสะสมผลงานศิลปะ   ทั้งที่เป็นจิตรกรรม ประติมากรรม อัญมณี เหรียญ พระคัมภีร์ อักษรจารึก ฯลฯ ในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ได้ใช้สถานที่นี้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าของเหล่าบัณฑิตและเจ้าครองนครรัฐต่างๆ

    เมื่อเกิดการปฏิวัติใหญ่ในฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2336 อุดมการณ์ทางลัทธิประชาธิปไตยได้มีบทบาทเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม พิพิธภัณฑสถานซึ่งเคยเป็นสถานสะสมผลงานศิลปกรรมของชนชั้นสูง ก็ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายเป็นเพื่อสาธารณชน เช่น ในสมัยสาธารณรัฐฝรั่งเศสได้เปิดพิพิธภัณฑสถานลูฟร์ให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม การเปลี่ยนพิพิธภัณฑสถานที่เคยเป็นสถานสะสมศิลปวัตถุของชนชั้นสูงมาเป็นแบบสาธารณชนได้เกิดขึ้นทั่วไปในทวีปยุโรป และกลายเป็นแบบอย่างของการดำเนินการพิพิธภัณฑสถานทั่วโลก

     สำหรับในประเทศไทย   ความคิดเรื่องการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานมีมาตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์  เพื่อเก็บข้าวของที่ทรงรวบรวมมาจากสถานที่ต่างๆ แต่ยังไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานขึ้นที่หอคองคอเดียหรือศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้พระบรมวงศานุวงศ์  ข้าราชการ  อัครราชทูต  กงสุลต่างประเทศ เข้าชมพิพิธภัณฑสถานเป็นปฐมฤกษ์ ในวันที่ 19 กันยายน ปี พ.ศ. 2417-2430 ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานไปยังพระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ในสมัยรัชกาล ที่ 7 มีการปรับปรุงรวบรวมสิ่งของจัดตั้งเป็น "พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร" จัดระบบบริหารงานแบบยุโรป แบ่งความรับผิดชอบออกเป็นแผนกต่างๆ มีภัณฑารักษ์ และผู้ช่วยรับผิดชอบ

หนังสืออ้างอิง
      จิรา จงกล, พิพิธภัณฑสถานวิทยา, 2532.
      นิคม มูสิกะคามะ, ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพิพิธภัณฑสถานและภัณฑารักษ์. คู่มือการปฏิบัตรงานของภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร, 2536.

 
TOP